ผู้เขียน หัวข้อ: ที่นี่ไม่มีความลับ : “ใครรังแกโอ๊ค!” ทักษิณหรือคสช.?  (อ่าน 214 ครั้ง)

thansettakij

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
    • ดูรายละเอียด


ที่นี่ไม่มีความลับ

โดย : เอราวัณ

"ใครรังแกโอ๊ค!" ทักษิณหรือคสช.?

ฝ่ายหนึ่งโหยหาอภินิหารทางกฎหมาย อีกฝ่ายเรียกร้องขั้นตอนปกติทางกฎหมายในเรื่องการเรียกคืนภาษีหุ้นชินคอร์ป กฎหมายจะเอาผิดได้หรือไม่?ไม่รู้ แต่กฎแห่งกรรมที่ทักษิณ ชินวัตร กำลังเผชิญอยู่ กรรมเริ่มต้นจากรวยแล้วกระหายอำนาจเลยคิดฉ้อฉลแม้กระทั่งคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีจึงต้องซุกซ่อนสมบัติไว้ในที่ต่างๆ

25 ตุลาคม 2537 ทักษิณ ชินวัตร ก้าวขึ้นเป็นรมว.การต่างประเทศ โดยลุงจำลอง ศรีเมือง เป็นคนดันก้น แม้ว่า ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น จะกระอักกระอ่วนในคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี

ด้วยรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2534 ที่กำหนดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี เป็นคุณสมบัติเดียวกับส.ส.ที่ห้ามไว้ในมาตรา 108 แห่งรัฐธรรมนูญว่า "ไม่รับสัมปทานจากรัฐหรือหน่วยราชการหรือหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจหรือเป็นคู่สัญญากับรัฐ หรือหน่วยราชการ หรือหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสากิจอันมีลักษณะผูกขาดตัดตอนทั้งนี้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม"

ในระหว่างที่ฝืนเป็น รมว.การต่างประเทศ ก็มีการเตรียมการของรัฐบาลชวน หลีกภัย ที่จะให้มีการยื่นต่อตุลาการรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยเรื่องนี้เนื่องจากหุ้นที่ทักษิณ ยังมีอยู่ในมือเกี่ยวข้องกับสัมปทานรัฐเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่ามือถือหรือดาวเทียม สุดท้าย ทักษิณ ชิงลาออกจากรมว.การต่างประเทศ เมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2538 ก่อนตุลาการรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย รวมอยู่ในตำแหน่ง 116 วัน

หลังจากพ้นตำแหน่งก็ผ่องถ่ายหุ้นไปยังคนรับใช้ ยาม และคนขับรถ อันเป็นที่มาของการ “ซุกหุ้นภาค 1” และกลับเข้ามารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาล บรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อปลายปี 2538 และครั้งก้าวมาเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2544 จึงถูก "เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง" และส.ว.เลือกตั้งกลุ่มหนึ่งยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการซุกซ่อนบัญชีทรัพย์สิน แต่ได้การก่อกระแสของ น.พ.เสม พริ้งพวงแก้ว เจ้าของวาทะ "อัศวินควายดำ" และการไม่ยึดในหลักการของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคน จึงเอาชีวิตทางการเมืองรอดมาได้

หลังจากนั้นทรัพย์สินที่ซุกไว้ได้ผ่องถ่ายไปกองที่กองทุนที่ชื่อว่า "แอมเพิล ริช" ซึ่งจดทะเบียนอยู่ในหมู่เกาะบริติช เวอร์จิน ที่คนไทยคุ้นเคยว่า เป็นเกาะฟอกเงินแห่งหนึ่ง

จนกระทั่งเจรจาขายหุ้นให้เทมาเส็กได้ในราคา 49.25 บาทต่อหุ้น เมื่อมกราคม2549 จึงโอนหุุ้นจากแอมเพิล ริช มาใส่ในชื่อลูกชาย-ลูกสาว จนพัวพันในคดีเลี่ยงภาษี

ฟื้นความจำฉบับย่อๆ เพื่อให้ "โอ๊ค" พานทองแท้ ชินวัตร รู้ว่าไม่มีใครรังแกคุณ คนที่รังแกคุณคือ "พ่อคุณเอง" ส่วนพวกลิ่วล้อจะแถลงว่าทักษิณ บริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างไร ก็ดูความจริงที่เป็นประวัติศาสตร์ไปแล้วว่า ใครขี้โกงและใครซุกแม้กระทั่งคุณสมบัติตัวเอง

คอลัมน์ : ที่นี่ไม่มีความลับ / หน้า 16  หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3248 ระหว่าง 30 มี.ค.-1 เม.ย.2560

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thansettakij.com/content/137607