ผู้เขียน หัวข้อ: หุ้นไทย: ปิดลบ 3.70 จุด แกว่งแคบขาดปัจจัยผลักดัน-ช่วงนี้โฟกัสงบฯบจ.,จับตาประชุม ECB-BOJ  (อ่าน 50 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2157
    • ดูรายละเอียด
หุ้นไทย: ปิดลบ 3.70 จุด แกว่งแคบขาดปัจจัยผลักดัน-ช่วงนี้โฟกัสงบฯบจ.,จับตาประชุม ECB-BOJ
Monday, July 17, 2017 17:14

          สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 ก.ค. 60)--SET ปิดช่วงบ่ายที่ระดับ 1,574.09 จุด ลดลง 3.70 จุด (-0.23%) มูลค่าการซื้อขาย 31,690.08 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งแคบซึมตัวขาดประเด็นผลักดัน-รอปัจจัยหนุน ติดตามประชุม ECB รอดูลด QE หรือไม่ และประชุม BOJ อาจมี Action หลังเงินเฟ้อญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น หากไร้การแทรกแซงอาจกดดันเงินทุนไหลออก ด้านตลาดภูมิภาคช่วงบ่ายติดลบ-ลดช่วงบวกลงมาก พรุ่งนี้ตลาดฯคงแกว่งไซด์เวย์แคบ ช่วงนี้โฟกัสงบฯ พร้อมให้แนวรับ 1,575-1,568 แนวต้าน 1,580-1,585 จุด
          ตลาดหลักทรัพย์ปิดช่วงบ่ายวันนี้ที่ระดับ 1,574.09 จุด ลดลง 3.70 จุด (-0.23%) มูลค่าการซื้อขาย 31,690.08 ล้านบาท 
          การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ โดยดัชนีแตะจุดสูงสุดที่ 1,582.69 จุด และแตะจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,572.61 จุด
          ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 418 หลักทรัพย์ ลดลง 682 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 425 หลักทรัพย์
          นายธีรวุฒิ กานต์นิภากุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งแคบในลักษณะซึมตัว เนื่องจากยังขาดประเด็นผลักดันใหม่ นักลงทุนต่างก็รอปัจจัยหนุน โดยต้องติดตามดูการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ว่าจะมีการลด QE หรือไม่ หากลดจะเป็น Sentiment ลบต่อตลาดฯ 
          อีกทั้งต้องติดตามการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งที่ผ่านมาเงินเฟ้อของญี่ปุ่นปรับเพิ่มขึ้น ทำให้ไปกดดันตลาดพันธบัตรญี่ปุ่น ดังนั้นครั้งนี้จะต้องรอดูว่าจะมี Action อะไรออกมาหรือไม่ เพราะหาก BOJ ไม่แทรกแซง เชื่อว่าเงินทุนจะไหลออก และอาจส่งผลดีต่อตลาดบ้านเรา เนื่องจากขณะนี้เงินบาทแข็งค่ามาก แต่เท่าที่ดูเงินไหลเข้ามาในตลาดพันธบัตร (Bond) ยังไม่ไหลเข้าตลาดหุ้น
          ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียในช่วงเช้าอยู่ในแดนบวกได้ค่อนข้างดี แต่พอมาในช่วงบ่ายต่างติดลบหรือลดช่วงบวกลงไปมาก 
          แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (18 ก.ค.) นายธีรวุฒิ กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งไซด์เวย์แคบ โดยช่วงนี้ให้โฟกัสไปที่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ทยอยประกาศออกมา โดยหลังจากกลุ่มแบงก์ต่อไปก็จะเป็นกลุ่มพลังงาน พร้อมให้แนวรับ 1,575-1,568 จุด ส่วนแนวต้าน 1,580-1,585 จุด

          ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่     
          AOT    มูลค่าการซื้อขาย 2,192.04 ล้านบาท ปิดที่  47.50 บาท ลดลง  1.25 บาท
          CPF    มูลค่าการซื้อขาย 1,163.87 ล้านบาท ปิดที่  24.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท
          CPALL  มูลค่าการซื้อขาย 1,067.48 ล้านบาท ปิดที่  61.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
          KBANK  มูลค่าการซื้อขาย   977.83 ล้านบาท ปิดที่ 200.00 บาท ลดลง  2.00 บาท       
          IVL    มูลค่าการซื้อขาย   897.13 ล้านบาท ปิดที่  37.00 บาท ลดลง  1.00 บาท         

   
--อินโฟเควสท์ โดย พรเพ็ญ ดวงเฉลิมวงศ์/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--