ผู้เขียน หัวข้อ: เงินบาท: เปิด 33.73 แข็งค่าในรอบ 2 ปีจากแรงขายดอลล์หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯต่ำกว่าคาด  (อ่าน 26 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2157
    • ดูรายละเอียด
เงินบาท: เปิด 33.73 แข็งค่าในรอบ 2 ปีจากแรงขายดอลล์หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯต่ำกว่าคาด
Monday, July 17, 2017 09:15

          สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 ก.ค. 60)--นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 33.73 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากปิด
ตลาดเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 33.86 บาท/ดอลลาร์ เนื่องจากมีแรงเทขายดอลลาร์หลังตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด
การณ์ไว้ โดยค่าเงินบาทเช้านี้ปรับตัวแข็งสุดในรอบกว่า 2 ปี นับตั้งแต่เดือน มิ.ย.58
          "บาทแข็งค่าจากเย็นวันศุกร์มาก โดยลงไปทำนิวโลว์ในรอบกว่าสองปี เนื่องจากมีแรงเทขายดอลลาร์หลังตัวเลขเงิน
เฟ้อสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาด" นักบริหารเงิน กล่าว
          นักบริหารเงิน ประเมินกรอบเงินบาทวันนี้ไว้ที่ 33.70-33.80 บาท/ดอลลาร์
          "บาทเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับภูมิภาค วันนี้น่าจะแกว่งตัวในกรอบหลังรับข่าวดอลลาร์แล้วปรับตัวแข็งค่าลงมามาก
แล้ว" นักบริหารเงิน กล่าว

          * ปัจจัยสำคัญ

          - เช้านี้เงินเยนอยู่ที่ 112.53 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 113.21 เยน/ดอลลาร์
          - ส่วนเงินยูโรอยู่ที่ 1.1465 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวนัศุกร์ที่ระดับ 1.1412 ดอลลาร์/ยูโร
          - อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท.อยู่ที่ระดับ 33.9040 บาท/
ดอลลาร์
          - ธนาคารกสิกรไทย ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทสัปดาห์นี้ (17-21 ก.ค.) ที่ 33.80-34.20 บาทต่อ
ดอลลาร์ฯ โดยจุดสนใจของตลาดน่าจะอยู่ที่ทิศทางการปรับตัวของสินทรัพย์เสี่ยง ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลาง
ยุโรปและธนาคารกลางญี่ปุ่น ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ประกอบด้วย ผลสำรวจกิจกรรมภาคการผลิตของเฟดสาขา
นิวยอร์กและเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนก.ค. ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน การอนุญาตก่อสร้าง ดัชนีราคานำเข้า
และส่งออกเดือนมิ.ย. ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิเดือนพ.ค. นอกจากนี้ ตลาดน่าจะรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจเดือนมิ.ย. ของจีนด้วย
เช่นกัน
          - กนอ.-บีโอไอโรดโชว์จีนดึงลงทุนอีอีซี 23-26 ก.ค. คิวต่อไปบุกอียู 5 บิ๊กนิคมอุตฯเล็งขยายพื้นที่ขึ้นโครงการใหม่
พัฒนารองรับ
          - คณะกรรมการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (ไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ฟันด์) วงเงิน 1
แสนล้านบาท เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีประธานการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้เข้าร่วมหารือถึงปัญหาการทำร่างสัญญา
โอนและรับสิทธิโอนในรายได้ (RTA) โครงการทางพิเศษฉลองรัฐ (รามอินทรา-อาจณรงค์) และทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-
ชลบุรี) เพื่อโอนรายได้ในอนาคตที่ 45% ให้กับกองทุนไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ฟันด์ เป็นเวลา 30 ปี ได้เป็นที่เรียบร้อย โดย กทพ. จะ
เสนอให้คณะกรรมการเห็นชอบในสัปดาห์นี้
          - สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัว 6.9% ในไตร
มาส 2/2560 ไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับการขยายตัวในไตรมาสแรก
          - กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทรงตัวในเดือนมิ.ย. สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาด
ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% และเมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI ปรับตัวขึ้น 1.6% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.
ค.2016
          ทั้งนี้ ข้อมูล CPI ล่าสุดบ่งชี้ถึงอัตราเงินเฟ้อในระดับต่ำของสหรัฐ และอาจส่งผลให้เฟดชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้ง
ที่ 3 ในปีนี้ หลังจากปรับขึ้นไปแล้วในเดือนมี.ค. และมิ.ย. ขณะที่นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด ได้ส่งสัญญาณในระหว่างการ
แถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า เฟดพร้อมที่จะ
ชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ
          - กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ รายงานว่า ยอดค้าปลีกลดลง 0.2% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 2 และ
สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่ายอดค้าปลีกจะเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนมิ.ย.
          - ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนมิ.ย. สูงกว่าที่นัก
วิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 0.3% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนพ.ค. 
          - กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนพ.ค. หลังจากร่วงลง
0.2% ในเดือนเม.ย.
          - ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 93.1 ในเดือนก.ค.
และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 95.0
          - สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักอื่นๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (14 ก.
ค.) หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซา ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และยอดค้าปลีกประจำเดือนมิ.ย. ยูโรแข็งค่าขึ้น
เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1466 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1400 ดอลลาร์ และดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยน ที่
ระดับ 112.55 เยน จากระดับ 113.21 เยน
          - สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งเมื่อวันศุกร์ (14 ก.ค.) หลังจากทางการสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อและยอดค้า
ปลีกที่ซบเซา ซึ่งช่วยหนุนการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
          - นักลงทุนในตลาดการเงินจับตาการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวัน
พฤหัสบดีนี้ โดยนักลงทุนต้องการหาสัญญาณบ่งชี้ว่า ธนาคารกลางทั้งสองแห่งมีแนวโน้มที่จะปรับนโยบายการเงินในอนาคตหรือไม่
          - นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจจีนในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 2 ในวันนี้
และดัชนีราคาบ้านเดือนมิ.ย.ในวันพรุ่งนี้

   
--อินโฟเควสท์ โดย ธนวัฏ เสือแย้ม/รัชดา โทร.02-2535000 ต่อ 317 อีเมล์: rachada@infoquest.co.th--