ผู้เขียน หัวข้อ: หุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้ขยับขึ้นต่อตามตปท. หลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดบ.ค่อยเป็นค่อยไป  (อ่าน 106 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2157
    • ดูรายละเอียด
หุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้ขยับขึ้นต่อตามตปท. หลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดบ.ค่อยเป็นค่อยไป,เก็งกำไรงบฯ Q2/60 กลุ่มแบงก์
Thursday, July 13, 2017 08:36

          สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (13 ก.ค. 60)--นักวิเคราะห์ฯคาดตลาดหุ้นไทยเช้านี้ ขยับขึ้นต่อจากวานนี้ หลังได้รับปัจจัยบวกจากตลาดต่างประเทศที่ล่าสุดประธานเฟด ส่งสัญญาณการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประกอบกับได้ปัจจัยหนุนจากการเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2/60 ของหุ้นในกลุ่มแบงก์ที่ยัง Laggard รวมถึงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในประเทศ (domestic play) ทั้งกลุ่มท่องเที่ยว และเทคโนโลยี ที่น่าจะยังมีแรงซื้อเข้ามาต่อเนื่องด้วย แม้อาจถูกถ่วงจากหุ้นในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ที่ยังมีความกังวลต่อผลประกอบการในไตรมาส 2/60 ที่อาจไม่สดใสมากนัก โดยมองแนวต้านบริเวณ 1,580-1,584 จุด และแนวรับที่ 1,569-1,564 จุด
          นายคณฆัส จิรเสวีนุประพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสที่จะขยับขึ้นในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ส่วนหนึ่งได้รับปัจจัยบวกจากตลาดต่างประเทศที่ปรับตัวขึ้น หลังนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในระหว่างการแถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อวานนี้
          ส่วนภายในประเทศน่ายังมีแรงเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2/60 ของหุ้นในกลุ่มแบงก์ที่ยัง Laggard อย่างหุ้น KTB ,SCB หลังจากที่ BBL และ KBANK ได้ปรับตัวขึ้นไปก่อนหน้านี้ ขณะที่การประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/60 ของ TISCO ที่ออกมานั้นนับว่าอยู่ในระดับที่ดี ทำให้ความกังวลต่อปัญหาการตั้งสำรองของกลุ่มแบงก์ผ่อนคลายลง
          นอกจากนี้ตลาดน่าจะยังมีแรงเก็งกำไรเข้ามาต่อเนื่องในกลุ่ม domestic play ทั้งกลุ่มท่องเที่ยว และเทคโนโลยี ส่วนหุ้นในกลุ่มปิโตรเคมี และพลังงาน อาจจะยังไม่ได้ความสนใจมากนัก จากความกังวลเรื่องผลประกอบการไตรมาส 2/60 ที่อาจจะไม่สดใส อย่างไรก็ตามการที่นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิในตลาดหุ้น และการเปิดสถานะ long ในตลาดอนุพันธ์ของนักลงทุนต่างชาติก็น่าจะช่วยหนุนนบรรยากาศการลงทุนในวันนี้ด้วย
   
--อินโฟเควสท์ โดย วิลาวัลย์ พงษ์พิทักษ์/รัชดา โทร.02-2535000 ต่อ 317 อีเมล์: rachada@infoquest.co.th--



admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2157
    • ดูรายละเอียด
ประเด็นการพิจารณาการลงทุน
          - ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (12 ก.ค.60) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 21,532.14 จุด เพิ่มขึ้น 123.07 จุด (+0.57%), ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 6,261.17 จุด เพิ่มขึ้น 67.87 จุด (+1.10%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,443.25 จุด เพิ่มขึ้น 17.72 จุด (+0.73%)
          - ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 78.90 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 5.18 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 296.65 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน ลดลง 1.94 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 13.99 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 10.27 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย เพิ่มขึ้น 1.77 จุด และ ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ เพิ่มขึ้น 25.36 จุด
          - ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (12 ก.ค.60) 1,574.93 จุด เพิ่มขึ้น 5.69 จุด (+0.36%)
          - นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 462.76 ล้านบาท เมื่อวันที่ 12 ก.ค.60
          - ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ส.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (12 ก.ค.60) ปิดที่ 45.49 ดอลลาร์/บาร์เรล  เพิ่มขึ้น 45 เซนต์ หรือ 1%
          - ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (12 ก.ค.60) ที่ 7.11 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล
          - เงินบาทเปิด 33.94 แข็งค่าจากดอลล์อ่อนหลังประธานเฟดส่งสัญญาณชะลอขึ้นดอกเบี้ย
          - กระทรวงการคลังเตรียมเสนอให้ที่ประชุมครม. พิจารณาอนุมัติร่าง พ.ร.บ.ภาษีการได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ หรือ ภาษีลาภลอย ภายใน 3 เดือนนี้  หลังจากที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) อยู่ระหว่างแก้ไขในรายละเอียดเพิ่มเติม เบื้องต้นจะยกเลิกการตั้งกองทุน จากเดิมที่จะนำเงินจากการเก็บภาษีลาภลอยมาเก็บไว้ในกองทุน แต่ได้ปรับปรุงใหม่เป็นการนำรายได้จากการจัดเก็บภาษีส่งเข้ารัฐโดยตรง เพื่อให้รัฐได้นำเงินดังกล่าวไปพัฒนาโครงการพื้นฐานอื่น ๆ ส่วนเกณฑ์ด้านอื่นยังคงเดิม
          - รมว.คมนาคม ยืนยัน 11 ส.ค.นี้เปิดให้บริการเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้า 1 สถานีเตาปูน-บางซื่อได้ชัวร์ คาดผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจาก 3 หมื่นคนต่อวัน เป็น 1 แสนคนต่อวัน ตามเป้าที่ตั้งไว้ พร้อมยันคงค่าโดยสารราคาเดิม 14-42 บาท ส่วนคนถือบัตร 29 บาทตลอดสาย
          - กกพ.เคาะเอฟทีงวดใหม่เดือนก.ย.-ธ.ค.60 เพิ่ม 8.87 สตางค์/หน่วย ส่งผลประชาชนควักจ่าย 3.60 บาท/หน่วย ชี้สะท้อนราคาก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น และภาระจากการใช้พลังงานทางทดแทน ด้าน สนพ.แจงเปิดเสรีแอลพีจี ไม่กระทบขายปลีกในประเทศ
          - 'สมคิด' บี้ บสย.ขยายวงเงินค้ำประกันเอสเอ็มอี เป็น 30% ขีดเส้นล้างท่อ 1 แสนล้านบสมหมดภายใน สิ้นปีนี้ พร้อมชงครม.ยกเว้นค่าธรรมเนียม 1.75% ต่อปีเร็วๆ นี้ แนะเอสเอ็มอีทำ 'เฮดจิ้ง' ป้องกันความเสี่ยงค่าเงินบาทแข็ง
          - สมาคมแบงก์หนุน ธปท.คุมสินเชื่อบัตรเครดิต-บุคคล เชื่อช่วยสร้างวินัยการเงินคนรุ่นใหม่ไม่ให้ก่อหนี้พุ่ง ด้านกระทรวงคลังระบุเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจประเทศ ไม่กังวลหนี้นอกระบบ ขณะที่เคทีซียอมรับกระทบ ผู้มีรายได้ต่ำกว่าเดือนละ 30,000 บาท เตรียมปรับกลยุทธ์การตลาดใหม่

*หุ้นเด่นวันนี้
          - KTB (โกลเบล็ก) แนะ"รอซื้อเมื่ออ่อนตัว"หลังมีข่าวตั้งสำรองหนี้สูญ EARTH เต็ม 1.2 หมื่นล้านบาท ผลประกอบการในปีนี้จะถูกกดดันจากระดับ NPL ที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ Q1 ต่อเนื่อง Q2 ทำให้มีแนวโน้มตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้นเพื่อรักษาระดับ Coverage Ratio (ปลาย Q1/60 มี % Gross NPL 4.36% มี Coverage Ratio เท่ากับ 112%)  Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 60 ราว 3.27 หมื่นล้านบาท  +1.4% มีแนวโน้มลดลงหลังตั้งสำรองหนี้ EARTH ในงบ Q2/60 ซึ่งจะประกาศภายใน 21 ก.ค.คาดจะกดดันราคาหุ้นในช่วงนี้
          - FSMART (เคทีบีฯ) แนะ"ซื้อ"ให้ราคาเป้าหมาย 21.40 บาท/หุ้น โดยคาดกำไรสุทธิใน Q2/60 จะทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 139 ล้านบาท (+46.1% YoY, +5.6% QoQ) การเติบโตเป็นผลมาจากจำนวนตู้สะสมและมูลค่าการเติมเงินที่เพิ่มขึ้น โดยยังคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 60 ไว้ที่ 546 ล้านบาท (+29.9% YoY) ซึ่งเชื่อว่าบริษัทจะบรรลุเป้าการขยายตู้เติมเงินที่ 122,000 ตู้ได้ ในระยะยาว คาดจำนวนตู้เติมเงินจะสามารถขยายเพิ่มขึ้นได้อีกอย่างน้อย 4 ปี จากจำนวนตู้เติมเงินต่อหมู่บ้านที่ยังคงอยู่ในระดับที่ 1.3 ตู้ต่อหมู่บ้าน และสัดส่วนการเติมเงินผ่านตู้เติมเงินต่อการเติมเงินทั้งระบบยังอยู่ที่เพียง 20%
          - CRANE-W1 เข้าซื้อขายวันแรกใน SET มีจำนวนหน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน 60,633,189 หน่วย อายุ 3 ปี ราคาใบสำคัญแสดงสิทธิ 0.00 บาท อัตราการใช้สิทธิ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ ต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาการใช้สิทธิหุ้นละ 3 บาท กำหนดใช้สิทธิครั้งแรก 15 ม.ค.61 และใช้สิทธิครั้งสุดท้าย 2 ก.ค.63   
          - WHAUP เทรดพาร์ใหม่วันแรกที่ 1 บาท/หุ้น จากเดิมหุ้นละ 5 บาท

   
--อินโฟเควสท์ โดย วิลาวัลย์ พงษ์พิทักษ์/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--