ผู้เขียน หัวข้อ: สรรพสัตว์ 'ตลาดทุน'  (อ่าน 75 ครั้ง)

thansettakij

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 22
    • ดูรายละเอียด
สรรพสัตว์ 'ตลาดทุน'
« เมื่อ: มิถุนายน 27, 2017, 07:44:20 PM »



สรรพสัตว์ตลาดทุน | คอลัมน์ พอเพียงอย่างพอใจ | โดย ฉาย บุนนาค | หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

2 สัปดาห์ก่อน ได้ฟังนิทาน "มดน้อย" จากท่านนายกฯลุงตู่ ที่สะท้อนถึงงานราชการ... มีทั้งสรรพสัตว์มากมาย เช่น มด สิงโต ตัวเงินตัวทอง ตัวเห็บ และแมลงสาบ
ผมจึงขออนุญาต แปลงเป็นเวอร์ชั่น ตลาดทุนสักหน่อย โดยขอกำหนดเฉพาะตัวละครก่อน

นักลงทุนในตลาดหุ้นมีมากมายหลายจำพวก หลักๆ ที่จำแนกโดยตลาดหลักทรัพย์ แบ่งเป็น 4 กลุ่มคือ
1.นักลงทุนในประเทศทั่วไป โดยเฉลี่ยประมาณ 40-45% ของมูลค่าการซื้อขายรวม
2.นักลงทุนสถาบัน 15-20% ของมูลค่าการซื้อขายรวม
3.นักลงทุนต่างประเทศ 25-30% ของมูลค่าการซื้อขายรวม
4.บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ 10-15% ของมูลค่าการซื้อขายรวม

ตามทฤษฎีนักลงทุนสามารถแบ่งเป็นตามรสนิยมความเสี่ยงได้เช่นกัน เช่น กลุ่มไม่ชอบเสี่ยง และกลุ่มรักความเสี่ยง
หากแบ่งตามบุคลิกการลงทุนของนักลงทุนในประเทศ (แบบท่านนายกฯลุงตู่) เราสามารถเจาะลึกลงไปอีกดังนี้


นักลงทุนรายใหญ่

นักลงทุนรายใหญ่ปัจจุบัน เกือบ 100% ต้องเคยเป็นนักลงทุนลงรายย่อยหรือเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์สูงในด้านวิศวกรรมการเงิน (วาณิชธนกิจ หรือ Investment Banking) มาก่อน   เพราะการเติบโตโดยอยู่รอดปลอดภัยและยืนระยะได้ในตลาดหุ้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้ประสบการณ์มากกว่าทฤษฎี นักลงทุนประเภทนี้มักลงทุนคนเดียว หากินคนเดียวเพราะหากหากินร่วมกันแต่คนหนึ่งขายคนหนึ่งซื้อหุ้นตัวเดียวกัน ก็มักทะเลาะกันเสมอ จึงเปรียบเทียบได้กับ "เสือเฒ่าผู้สันโดษ" ซึ่งไม่อยู่อาศัยในถ้ำเดียวกัน


นักลงทุนรายย่อย

นักลงทุนรายย่อยคือบุคคลที่เวลาซื้อขายแล้วไม่มีอิทธิพลต่อราคาของหลักทรัพย์นั้นๆ โดยส่วนมาก มีอาชีพการงานในวิชาชีพอื่นๆ  เดิมมักเรียกตนเองว่า "แมลงเม่า" ตลาดทุน หากแต่ผมคิดว่าชื่อของ "รายย่อย" ควรถูกนิยามใหม่และแบ่งกลุ่มใหม่ให้ชัดเจนเพราะปัจจุบัน นักลงทุนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นและผ่านการกลายพันธุ์มาหลายตลบ... มีทั้ง "แมลงเม่าสายพันธุ์เดิม" "เห็บหมา" "เหาฉลาม" "หมาไฮยีน่า" และอีกมากมาย ซึ่งอาศัยคราบของผู้น่าสงสารเสมอ

"แมลงเม่าสายพันธุ์เดิม" คือ นักลงทุนที่ถูกดึงดูดโดย "ความโลภ" ...ลงทุนโดยไร้ปัญญาที่แยกแยะความสวยงามกับกองไฟออกจากกัน จึงมักหลงเป็น "เหยื่อ" เสมอ

"เหาฉลาม" คือ นักลงทุนที่ฉลาดพอจะรู้กระแสน้ำและหากินตามปลาฉลามซึ่งเป็นปลาใหญ่ โดยอาศัยกินเศษอาหารเอา แต่ก็เพียงพอที่จะประทังชีวิตไปได้โดยไม่มีความเสี่ยงและไม่เดือดร้อนผู้อื่นมากนัก

"เห็บหมา" คือพวกคอยเกาะไปกับนักลงทุนรายอื่น คอยฉวยโอกาสเอาเปรียบพรรคพวก เสมือนดูดเลือดเนื้อโดยไม่สร้างสรรค์สิ่งใดๆ ทั้งสิ้น

"หมาไฮยีน่า" คือ กลุ่มนักลงทุนรายกลางหรือรายเล็ก แต่อาศัยหากินเป็นกลุ่มร่วมกัน จึงมีพลังสูงในการลงทุน
ปัจจุบัน “เสือเฒ่า” นั้นช่างอยู่ยากในวงการหุ้นเพราะมักถูกกลุ่ม "หมาไฮยีน่า" รุมทำร้ายในรูปของ Prop trade ซึ่งนักลงทุนกลุ่มนี้ซื้อขายอย่างไม่มีต้นทุนค่าคอมมิชชั่น แถมยังมีกระสุนสนับสนุนจากบริษัทหลักทรัพย์ หรือ "บล." พวกนี้มักเก็งกำไรเข้าออกเร็วแบบฉาบฉวยสร้างความปั่นป่วนพอสมควรอย่างถูกฎหมาย

นี้ยังไม่รวมพวก "สัตว์สมองกล" หรือ "Robot trade" ที่ซื้อขายอย่างมีวินัยตาม Algorithm ที่เกือบสมบูรณ์แบบของ Technical ตลาดทุน

โดยสรุปผมคงต้องถามทุกท่าน เหมือนท่านนายกฯลุงตู่ ว่า "แล้วคุณเป็นใคร?"

คอลัมน์ :  พอเพียงอย่างพอใจ /หน้า 18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ / ฉบับ 3274 ระหว่างวันที่  29 มิ.ย.-1 ก.ค. 2560